เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า FTSE Russell เป็นบริษัทจัดทำดัชนีหุ้นของประเทศอังกฤษ ได้ออกหนังสือชี้แจงเมื่อวันที่ 16 ก.พ. ที่ผ่านมาว่า หุ้นของบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ไม่ผ่านเกณฑ์ที่จะได้รับการเพิ่มเข้ารวมในการคำนวณดัชนี FTSE แบบ Fast Entry เนื่องจากมูลค่าตามราคาตลาดของ OR ยังไม่ผ่านเกณฑ์

ทั้งนี้ หลังจากที่ OR ได้เข้าจดทะเบียนเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2564 และเมื่อพิจารณาตามเงื่อนไข Global Equity Index Series Ground Rule ข้อที่ 8.1.3 พบว่า มูลค่าตามราคาตลาดของ OR ยังไม่ผ่านเกณฑ์ที่จะทำให้หุ้น OR ได้รับการเพิ่มเข้ารวมในการคำนวณดัชนี FTSE แบบ Fast Entry โดย FTSE Russell จะทำการพิจารณาคุณสมบัติของ OR อีกครั้งในการทบทวนรายไตรมาสครั้งต่อไป

อย่างไรก็ตาม หุ้นของ OR ได้รับการรวมในการคำนวณดัชนี SET50 และ SET100 แล้วในวันนี้ และจะได้รับการรวมในการคำนวณดัชนี MSCI Global Standard Indexes ในวันที่ 26 ก.พ.64 โดยตลอดทั้งวันนี้ (17 ก.พ.) ราคาเปิดหุ้น OR อยู่ที่ 31.50 บาท ปิดตลาดราคาอยู่ที่ 29.50 บาท เปลี่ยนแปลง -3.25 บาท หรือ -9.92% มีราคาสูงสุดของวัน 32.50 บาท ต่ำสุด 29.50 บาท

5 เหตุผลที่หุ้น PTT น่าสนใจกว่า OR

ณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า การคำนวณดัชนีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET ตามหลักเกณฑ์วิธี Full market cap กลายเป็นช่องโหว่ให้หุ้นที่มี Market cap ขนาดใหญ่แต่มี Free float ต่ำ มีอิทธิพลต่อดัชนีได้ในระดับสูง

ในกรณีของ OR ปัจจุบันนั้นมีความคล้ายคลึงกับ DELTA หรือ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ก่อนหน้านี้เป็นอย่างมาก คือมี Market cap ระดับแสนล้าน มี Free float ในระดับ 20-25% และถูกคัดเลือกเข้าสู่ดัชนีสำคัญ เช่น SET50, SET100, MSCI จนทำให้กองทุน Passive fund ทั้งหลายจำเป็นที่จะต้องเข้าซื้อหุ้นเหล่านี้อย่างหลีกเลี่ยงมิได้ เป็น Upward spiral ต่อราคาหุ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เราคาดปรากฏการณ์ดังกล่าวว่า จะทำให้ SET เล็งเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และอาจทำให้มีความเป็นไปได้สูงขึ้นที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะต้องเร่งรัดกระบวนการเปลี่ยนแปลงการคำนวณดัชนีไปเป็นวิธี Free float adjusted market cap ให้เร็วยิ่งขึ้น เพื่อลดผลกระทบที่จะมีต่อ Market participant ทุกภาคส่วน

จากการคำนวณของเรา ล่าสุดพบว่า การปรับขึ้นมาของ OR อย่างก้าวกระโดดนั้น จะทำให้ตัวหุ้นมีโอกาสถูกลดน้ำหนักได้อย่างมีนัยสำคัญ จากราว 3.5% ของดัชนี SET50 ลงมาอยู่ที่ 1.9% ของดัชนี หากสุดท้ายตลาดหลักทรัพย์ฯ เลือกที่จะใช้วิธีการคำนวณดัชนีรูปแบบใหม่จริง

หากอ้างอิงจากผลการศึกษาของ บล.ทรีนีตี้ในอดีต คาดว่าตัวหุ้นยังมีโอกาสที่จะ Outperform ตลาดได้จนถึงช่วงปลายเดือนนี้ (26 ก.พ.) ซึ่งตรงกับวัน Effective date ของการที่ตัวหุ้นจะถูกบรรจุเข้าไปอยู่ในดัชนี MSCI นั่นเอง ก่อนประเมินราคาหุ้นมีโอกาสอ่อนตัวหลังจากนั้นได้ หลังจากหมดปัจจัยกระตุ้นดังกล่าว

ณัฐชาต กล่าวอีกว่า เรามองการลงทุนในหุ้น OR ณ ขณะนี้เป็นเพียงการเก็งกำไรระยะสั้นไปตาม Flow แต่หากมองทางเลือกการลงทุนที่ดีและปลอดภัยกว่าในระยะกลางได้แก่หุ้นบริษัทแม่อย่าง บริษัท ปตท. จำกัด มหาชน หรือ PTT นั้นมีความน่าสนใจมากกว่า จากปัจจัยสนับสนุนต่างๆ ดังต่อไปนี้

1. เป็นหนึ่งในหุ้นที่อยู่บนธีมการลงทุน Reflation trade ของเราซึ่งได้ประโยชน์จากการปรับขึ้นของราคา Commodities ทั่วโลก

2. PTT คือหนึ่งในหุ้นขนาดใหญ่ลำดับต้นๆ ที่เตรียมถูกลดน้ำหนักในดัชนี SET50 / SET100 / MSCI จากการเข้ามาในดัชนีของหุ้น OR ซึ่งตามการศึกษาของเราในอดีต พบว่าหุ้นเหล่านี้มักมีการปรับตัวได้ดีขึ้นหลังผ่านพ้นวัน Effective date ไปแล้ว

3. Valuation ของ PTT เองอยู่ในระดับที่น่าสนใจเช่นกัน โดยมีระดับ Forward PBV และ Div yield ที่อยู่ใกล้เคียงค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังแล้ว (Figure 3-4) และราคาล่าสุดยังมี Upside จากเป้าหมาย Consensus ที่ 49 บาทอยู่ราว 18.5%

4. จากการคำนวณของเราโดยใช้วิธี SOTP อิงกับราคาตลาด ณ ปัจจุบันของบริษัทลูก PTT ต่างๆ พบว่า ราคาหุ้น OR ที่ 35 บาท Imply ราคาที่เหมาะสมของ PTT แถวบริเวณ 45 บาท หรือมี Upside ถึง 9% จากราคาปัจจุบัน

5. PTT ไม่ได้เป็นตัวหุ้นที่เสียประโยชน์หากตลาดหลักทัพย์ฯ มีการปรับวิธีคำนวณดัชนีไปเป็น Free float adjusted โดยจากการคำนวณของเราอิงจากราคาปิดเมื่อวานนี้ พบว่าตัวหุ้นจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นในดัชนี SET50 เล็กน้อยจากเดิมที่ 10.0% มาอยู่ที่ 10.7%

Write us

Find us at the office

Blotner- Kwas street no. 55, 39246 Canberra, Australia

Give us a ring

Dymon Rothfuss
+78 715 483 676
Mon - Fri, 10:00-22:00

Write us