AOT ลงมาเทรดแถวระดับนิวโลว์ 2 ปี 9 เดือน แน่นอนว่าราคาหุ้นขณะนี้ไม่ใช่ระดับที่จะได้เห็นกันง่ายๆสำหรับหุ้นสนามบินแห่งชาติ แต่ถึงแม้ราคาหุ้นจะตกต่ำมาก ก็อาจยังไม่ใช่จังหวะเข้าลงทุนที่ดีนัก หลังนักวิเคราะห์คาดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มีผลกระทบมากกว่าที่ประเมินไว้ อาจลากยาวจนต้องปรับลดประมาณการกำไรในช่วง 1 - 2 ปีข้างหน้าลง


ราคาหุ้น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT วันทำการล่าสุด(16 มี.ค. 63) ยังดิ่งหนัก ลงไปทำจุดต่ำสุดของวันที่ 50.25 บาท มาซื้อขายใกล้ระดับต่ำสุดรอบ 2 ปี 9 เดือนที่ทำไว้เมื่อวันที่ 13 มี.ค.63 อีกรอบ ก่อนจะปิดตลาดไปที่ 50 บาท ลดลง 6.50 บาท หรือ -11.50%


AOT เป็นหุ้นตัวแรกๆที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 (หรือใช้ชื่อว่าไวรัสอู่ฮั่นในขณะนั้น)โดยราคาหุ้นเริ่มไหลลงมาตั้งแต่ปลายเดือนพ.ย. 62 ซึ่งขณะนั้นเริ่มพบผู้ป่วยรายแรกๆในประเทศจีน และเป็นช่วงหลังจากที่ราคาหุ้นขึ้นไปทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 81.75 บาท อีกด้วย มาถึงจุดต่ำสุดล่าสุด(13มี.ค.63)ที่ 45.75 บาท เท่ากับว่าราคาหุ้นลดลงไปแล้วถึง 44% ภายในเวลาเพียง 4 เดือนเท่านั้น


*** แม้ราคาหุ้นจะปรับตัวลงแรงมาก แต่อาจยังไม่ใช่โอกาสลงทุน


สาเหตุที่ราคาหุ้น AOT ยังลงไม่แรงนักก่อนหน้านี้ เพราะตลาดมองว่าสถานการณ์โควิด-19 ภายในประเทศจีนน่าจะใช้เวลาไม่นานในการควบคุมโรค อย่างไรก็ดีสถานการณ์กลับบานปลายหลังจากที่ไวรัสเริ่มแพร่กระจายออกไปทั่วโลก โดย บล.เอเซีย พลัส ยอมรับว่า สถานการณ์โควิด-19 ลากยาวกว่าที่คาดไว้ว่าจะจบลงในเดือนพ.ค.63


ซึ่งตัวเลข ผู้ใช้บริการ และ เที่ยวบินใช้บริการ ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 63(ก.ย.62 - ก.พ.63) แม้จะลดลงไปเพียง 3.9% และ 3.5% ตามลำดับ แต่การปรับลดในอัตราเร่งช่วง 1 - 14 มี.ค.63 ที่ 48.2% และ 26% สะท้อนว่ามีผลกระทบที่รุนแรงขึ้นมาก จากการปิดประเทศของหลายๆประเทศทั่วโลก


อีกผลกระทบก็คือ รายได้เชิงพาณิชย์ที่ได้รับผลกระทบ เพราะปัจจุบันอิงเกณฑ์ส่วนแบ่งรายได้ชั่วคราวภายใต้มาตรการช่วยเหลือ ก่อนที่จะเปลี่ยนรูปแบบการรับรู้ตามสัญญาใหม่หลังจากปีบัญชีปี 64


ปรับประมาณการใหม่ปี 63 - 64 ลง 41% และ 38% บนสมมุติฐานว่าผลกระทบโควิด -19 ลากยาวไปถึงก.ค. 63 จากเดิมที่คาดว่าจะจบเดือนพ.ค.63 และกำหนดให้อัตราลดลงปริมาณจราจรมี.ค.63 - ก.ค.63 เท่ากับ ที่เกิดขึ้นในช่วง 1 - 14 มี.ค.63 จะได้จำนวนผู้ใช้บริการและเที่ยวบินใช้บริการปี 63 ลดลง 22% และ 14% จากเดิมที่คาด 11% และ 7.5% นอกจากนี้ปรับลดรายได้เชิงพาณิชย์ตามสัดส่วนผู้ใช้บริการลดลงและเลื่อนเปิดสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2


ดังนั้นจะได้กำไรปี 63 ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท ลดลง 50.2% YoY และปี 64 คาดกำไรจะกลับมาดีขึ้น 45.8% จากฐานที่ต่ำ ถือว่ากำไรใน 1 - 2 ปีนี้ขาดความน่าสนใจ


แนะนำ Switch ลดมูลค่าพื้นฐานเหลือ 58.3 บาท เนื่องจากเหลืออัพไซด์จำกัด แนะนำลงทุนอีกครั้งเมื่อปัญหาโควิด-19 คลี่คลาย


*** อ่วมรอบด้าน! สนามบินแย่แล้ว ยังต้องเยียวยาผู้ประกอบการสายการบินอีก


บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า นอกจาก AOT จะได้รับผลกระทบจากจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินที่ลดลงแล้ว ยังได้รับผลกระทบจากการออกมาตรการเยียวยาเพิ่มเติม ส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรของบริษัท โดยล่าสุดทาง ครม. เตรียมมีการประชุมหารือเพื่อออกมาตรการเยียวยากลุ่มสายการบินที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากโควิด-19 ล่าสุดมีแนวคิดว่าจะมีการลดค่า Landing & Parking charge ลง 50% บนท่าอากาศยานทั่วประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้รวมของ AOT อีกราว 6% หรือลดลงประมาณ 3,500 ล้านบาท


จากเหตุผลข้างต้นทำให้ AOT ยังไม่น่าสนใจในการเข้าลงทุนในระยะสั้น แนะนำให้นักลงทุนรอ 2 ปัจจัยสำคัญเดิม ได้แก่ 1) สถานการณ์ COVID-19 ต้องมีการควบคุมได้มากขึ้นและ 2) มูลค่าในเชิง Valuation ที่ระดับ 44-48 บาท (อ้างอิงประมาณการ EPS ของเราที่ 1.41 บาท และ FWPE ที่ระดับ 31-34 เท่า สะท้อนระดับ -2 ถึง -1 SD ของค่าเฉลี่ย PE ย้อนหลัง 3 ปี)


แนะนำหลีกเลี่ยงในระยะสั้น และ รอซื้อเมื่ออ่อนตัว หวังผลการกลับตัวของรายได้และกำไรของบริษัทในช่วงปี 64 แต่ตราบใดที่การแพร่เชื้อของ COVID-19 ยังไม่หยุดเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มองว่า AOT ยังไม่มีความน่าสนใจ ทำให้ปรับราคาจุดลงทุนที่น่าสนใจใหม่อยู่ที่ 44 - 48 บาท จากเดิม 54 - 60 บาท โดยให้ราคาเป้าหมายระยะยาวที่ 74 บาทเช่นเดิม


*** เอกชนเสนอปิดประเทศ-พรมแดน ชั่วคราว หากรัฐฯเห็นด้วย ผู้โดยสารวูบต่ออีก


ล่าสุดมีรายงานข่าวว่าการหารือระหว่าง รมว.สาธารณสุข รมว.คมนาคม และภาคเอกชนสายการบินต่างๆ ระบุว่า ภาคเอกชนผู้แทนสมาคมธุรกิจการบิน เตรียมเสนอรัฐบาลให้ปิดประเทศ และปิดพรมแดนชั่วคราวเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อจัดระบบสาธารณสุขของประเทศ เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 มีความรุนแรงขึ้น ดังนั้นหากปัญหายืดเยื้อ และมีการระบาดหนักในประเทศจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก นอกจากนี้สถานการณ์การบินทั่วโลก พบว่า ขณะนี้มีอย่างน้อย 12 ประเทศ ประกาศปิดประเทศชั่วคราวแล้ว ซึ่งทำให้การเดินทางทางการบินลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


ผู้บริหารสายการบินหนึ่ง ระบุว่า จากการหารือของผู้ประกอบการ มีความเห็นสอดคล้องกันที่ต้องการยึดความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศเป็นหลัก เพราะหากยังเปิดให้บริการการบินทางอากาศ อาจเสี่ยงรับผู้ติดเชื้อใหม่เข้าประเทศต่อเนื่อง อาจทำให้การควบคุมการแพร่ระบาดได้ยาก และหากระบบสาธารณสุขของไทยไม่สามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจสร้างปัญหาระยะยาวต่อทุกธุรกิจ
มีหลายประเทศ หลายเมืองที่ใช้มาตรการปิดประเทศ ถือเป็นมาตรการหนักใช้ครั้งเดียว เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น ก็ผ่อนคลายมาตรการได้ เรื่องนี้คงต้องเป็นนโยบายที่ชัดเจนจากรัฐบาล


ไม่มีใครรู้ว่าโควิด-19 จะจบลงเมื่อไหร่ แม้นักวิเคราะห์จะหั่นประมาณการลงไปมากแล้ว...แต่ก็ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าโควิด-19 จะจบลงในเดือนก.ค.นี้ ดังนั้นถ้าสถานการณ์ยังลากยาวต่อไปอีก ก็อาจจะต้องหันมาปรับประมาณการกันใหม่อีกครั้ง  ซึ่งขณะนั้นราคาหุ้นก็คงปรับตัวลงไปมากจากปัจจุบัน ดังนั้นนักลงทุนจึงต้องติดตามสถานการณ์ให้ดี! 

Write us

Find us at the office

Blotner- Kwas street no. 55, 39246 Canberra, Australia

Give us a ring

Dymon Rothfuss
+78 715 483 676
Mon - Fri, 10:00-22:00

Write us