“กัญชง” กลายเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่กำลังมาแรงและน่าจับตามองอย่างมาก หลังรัฐบาลประกาศปลดล็อกให้ทุกส่วนของกัญชง ยกเว้นช่อดอกและเมล็ด พ้นจากบัญชียาเสพติด เปิดทางให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้

จุดพลุให้บริษัทน้อยใหญ่ ทั้งที่มีประสบการณ์ ทำธุรกิจอยู่ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงบริษัทที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนี้เลย สนใจอยากเข้ามาในธุรกิจสายเขียวนี้กันอย่างคึกคัก

แค่ในตลาดหุ้นไทยก็นับไม่ถ้วนแล้ว เพราะมีหลายส่วนธุรกิจให้เลือกลงทุน ไล่มาตั้งแต่ “ต้นน้ำ” การปลูก, “กลางน้ำ” โรงสกัด ไปจนถึง “ปลายน้ำ” ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค

ขณะที่หลายบริษัทประกาศชัด พร้อมลุยธุรกิจกัญชงครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ไล่มาตั้งแต่ยักษ์ใหญ่อย่างบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF, กลุ่มผู้ประกอบการขั้นกลางน้ำที่รับจ้างผลิตสินค้า (OEM) อยู่แล้ว อย่างบริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD, บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF

บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF ผู้ผลิตอาหารโปรตีนจากพืช (Plant-Based Food) ก็สนใจกระโดดเข้าสู่ธุรกิจสายเขียวด้วยเช่นกัน ซึ่งดูแล้วธุรกิจของแต่ละบริษัทพอที่จะต่อยอดมายังธุรกิจกัญชงได้

แต่ก็มีอีกหลายบริษัทที่แทบไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย เช่น ธุรกิจโรงไฟฟ้า พลังงาน บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL, บริษัท ยูไนเต็ด เพาเวอร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ UPA รวมถึงบริษัท ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TWZ ประกาศชัดพร้อมลุยธุรกิจกัญชงครบวงจรเช่นกัน

ปัจจุบันธุรกิจสายเขียวนี้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น หลังทยอยได้รับใบอนุญาตจากภาครัฐ แต่ที่ดูเนื้อหอม โครงการมีความคืบหน้า และถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงนี้เห็นจะมีอยู่ 2 บริษัท คือ RBF และ DOD เพราะอยู่ในธุรกิจที่ดูจะเกี่ยวเนื่องมากที่สุดสามารถต่อยอดได้ทันที

โดย RBF ได้รับใบอนุญาตโรงงานสกัดสาร CBD-THC จากกัญชงเป็ยรายแรกในประเทศ เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ที่ผ่านมา ตามด้วยไลเซนส์การเพาะปลูกและสกัดน้ำมันจากเมล็ดกัญชง ครอบคลุมธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงกลางน้ำ

หากมองให้เห็นภาพขณะนี้ RBF สามารถปลูกกัญชงและนำผลผลิตที่ได้ส่งตรงเข้าโรงสกัด CBD-THC หรือ โรงสกัดน้ำมันจากเมล็ดกัญชง เพื่อเป็นสารตั้งต้นนำไปจำหน่ายให้แก่ลูกค้าปลายน้ำต่อไป ทั้งกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม อาหารเสริม เครื่องสำอาง ฯลฯ

ในเมื่ออาวุธครบมือ จึงทำให้ RBF ช่วงนี้เนื้อหอมเป็นพิเศษ มีลูกค้าหลายรายมาจีบ ล่าสุดประกาศข่าวดีหลังเซ็นสัญญากับลูกค้ารายแรก กลุ่มบริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เพื่อใช้น้ำมันเมล็ดกัญชงไปผลิตสินค้าเพื่อความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย

หลังได้ออเดอร์แรกอย่างเป็นทางการ บริษัทเตรียมเริ่มปลูกกัญชงในช่วงปลายเดือน ส.ค. นี้ และเริ่มสกัดน้ำมันเมล็ดกัญชงและพัฒนาสินค้าภายใน 5-6 เดือน โดยจะส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าได้ประมาณปลายเดือน ม.ค. ปีหน้า

นอกจากกลุ่ม OSP ยังมีลูกค้าออเดอร์สารสกัดจาก CBD-THC เข้ามาอีก 6-7 ราย โดยอยู่ระหว่างการเจรจาทั้งกลุ่มสินค้าอุปโภค บริโภคและอาหารเสริม ทำให้บริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจกัญชงเข้ามาในไตรมาส 4 ปีนี้ หรือ ไม่เกินต้นปี 2565

ส่วน DOD เนื้อหอมไม่แพ้กัน เพราะโรงสกัดเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจหลักของบริษัทอยู่แล้ว ทำให้ตั้งแต่มีการประกาศปลดล็อกกัญชง มีพันธมิตรมากมายติดต่อให้บริษัทร่วมพัฒนาสินค้า ทั้งบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN, บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ BEAUTY

บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ KISS, บริษัท เอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอ๊าท์เลท จำกัด (มหาชน) หรือ FN และบริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO 

ทั้งนี้ บริษัทได้รับใบอนุญาตนำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชงอย่างเป็นทางการ โดยจะเริ่มนำเมล็ดพันธุ์ที่นำเข้าจากสหรัฐ แจกจ่ายให้กับกลุ่มพันธมิตรวิสาหกิจชุมชนต่างๆ นำไปปลูกในเดือน ส.ค. นี้ ​ซึ่งตามสัญญาเมื่อเก็บเกี่ยวเมล็ดกัญชงก็จะจำหน่ายคืนให้บริษัทเพื่อนำไปสกัดน้ำมันจากเมล็ดกัญชงต่อไป ส่วนช่อดอกจะนำไปสกัดเป็น CBD 

โดยขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างรอใบอนุญาตตั้งโรงงานสกัดสาร CBD ที่ได้ยื่นขอไปแล้ว ซึ่งตัวโรงงานก่อสร้างคืบหน้ากว่า 80% มั่นใจว่าเมื่อได้รับไลเซนส์จะเริ่มเดินเครื่องได้ภายในเดือน ต.ค นี้ และจะผลิตสินค้าให้ลูกค้าได้ภายในไตรมาส 4 นี้ หรือ ไม่เกินต้นปี 2565 

Write us

Find us at the office

Blotner- Kwas street no. 55, 39246 Canberra, Australia

Give us a ring

Dymon Rothfuss
+78 715 483 676
Mon - Fri, 10:00-22:00

Write us